ภาพลักษณ์สื่อไม่ใช่คำตัดสิน กองทัพไทยย้ำความจริงเหตุการณ์ชายแดน

ภาพลักษณ์สื่อไม่ใช่คำตัดสิน กองทัพไทยย้ำความจริงเหตุการณ์ชายแดน

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี เตือนสังคมให้ใช้วิจารณญาณต่อการรับเสนอข่าวสารบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ชี้ภาพความขัดแย้งและผลกระทบด้านมนุษยธรรมในสื่อเป็นเพียงมุมมองหนึ่ง แต่ไม่ใช่ข้อสรุปทางกฎหมายหรือข้อเท็จจริงทั้งหมด ยืนยันประเทศไทยปฏิบัติการภายใต้หลักการป้องกันตนเองเพื่อรักษาอธิปไตยและความสงบสุขอย่างแท้จริง

ความจริงเหนือการรับรู้ เมื่อภาพลักษณ์จากสื่อไม่ใช่บรรทัดฐานของข้อเท็จจริง

ในสภาวะวิกฤตการณ์บริเวณชายแดน สิ่งที่ทรงอิทธิพลต่อความรู้สึกนึกคิดของผู้คนมากที่สุดคือ “สื่อ” โดยเฉพาะการนำเสนอภาพปฏิบัติการทางทหารและภาพความสูญเสียทางมนุษยธรรม ซึ่งมักจะดึงดูดความสนใจและสร้างอารมณ์ร่วมให้กับสาธารณชนได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ได้ให้ข้อสังเกตที่สำคัญยิ่งต่อสถานการณ์ปัจจุบัน (19 ธ.ค. 68) ว่า “การนำเสนอของสื่อไม่ใช่การตัดสินทางกฎหมายหรือข้อเท็จจริงทั้งหมด”

1. กับดักของภาพลักษณ์และการสร้างความรับรู้ สื่อจำนวนมากเลือกนำเสนอภาพที่เน้นความรุนแรงหรือความเดือดร้อนของประชาชนเพื่อสร้าง Impact ทางข่าวสาร ซึ่งภาพเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อการรับรู้ของสาธารณชน (Public Perception) จนบางครั้งอาจทำให้สังคมหลงลืมไปว่า “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีที่มาที่ไปอย่างไร” การเห็นภาพผลกระทบไม่ได้หมายความว่าฝ่ายที่ได้รับผลกระทบเป็นฝ่ายที่ถูกต้องตามหลักกฎหมายเสมอไป หากแต่ต้องพิจารณาถึงลำดับเหตุการณ์และเจตนาของการกระทำเป็นสำคัญ

2. ข้อเท็จจริงทางกฎหมาย vs การนำเสนอข่าว กระบวนการทางกฎหมายระหว่างประเทศและการตรวจสอบข้อเท็จจริงในภาคสนามต้องใช้ความละเอียดรอบคอบมากกว่าเพียงการดูภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอสั้นๆ กองทัพไทยขอยืนยันว่า ปฏิบัติการที่เกิดขึ้นเป็นไปเพื่อ การป้องกันตนเอง (Self-Defense) หลังจากมีการยั่วยุและเริ่มใช้กำลังอาวุธจากอีกฝ่ายก่อน ดังนั้น การที่สื่อนำเสนอภาพผลกระทบด้านมนุษยธรรม จึงต้องถูกจัดวางอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่ว่า “ความขัดแย้งนี้ไม่ได้เริ่มจากฝ่ายไทย”

3. จุดยืนของประเทศไทย: ความสงบสุขเริ่มต้นจากความจริง ภายใต้แคมเปญ #PeaceBeginsWithTruth ประเทศไทยยึดถือความสัตย์จริงเป็นที่ตั้ง เราตระหนักถึงมนุษยธรรมและพยายามหลีกเลี่ยงความสูญเสียอย่างเต็มที่ แต่ในขณะเดียวกัน การรักษาอธิปไตยและดุลยภาพแห่งความปลอดภัยของประชาชนชาวไทยเป็นสิ่งที่ยอมความไม่ได้ สังคมจึงควรรับข้อมูลอย่างรอบด้าน และไม่ด่วนสรุปสถานการณ์เพียงจากภาพที่ปรากฏบนหน้าสื่อเพียงอย่างเดียว

บทสรุปของสถานการณ์ชายแดนในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของใครมีอาวุธที่เหนือกว่า หรือใครสามารถสร้างภาพความน่าสงสารได้มากกว่า แต่คือเรื่องของ “ใครที่พูดความจริง” และ “ใครที่เคารพกฎกติกาของเพื่อนบ้าน” อย่างแท้จริง

19 ธ.ค. 68ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

#TeamThailand #PeaceBeginsWithTruth #TruthFromThailand #CambodiaFiredFirst #ThailandSelfDefense